หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน(5)

สรุปผลการวิจัย

         การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของ ครู กศน.ในเขตภาคเหนือ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 2) ศึกษาความคิดเห็นของครูต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ 3) ศึกษาความพึงพอใจของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 5) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูแต่ละกลุ่มศูนย์ 6) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่มศูนย์ และ 7) เปรียบเทียบความพึงพอใจของต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูกับผู้เรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และนักศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ ผู้รายงานได้ดำเนินการเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยการเลือกแบบเจาะจง จากข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และนักศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ 4 กลุ่มศูนย์ ๆ ละ 1 อำเภอ ๆ ละ 5 คน จำแนกออกเป็น 1) ข้าราชการครูหรือครูอาสาสมัครฯที่รับผิดชอบงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 คน และ 2) ครู กศน.ตำบล จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย ได้แก่ กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง จำนวน 5 คน 2) กลุ่มศูนย์อิงดอย ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ จำนวน 5 คน 3) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร จำนวน 5 คน และ 4) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 5 คน และนักศึกษา กศน.ที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ของ กศน.อำเภอที่ส่งครูเข้ารับการอบรมฯ จำนวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน โดยแยกเป็นระดับปฏิบัติ (ความคิดเห็นของครูต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ) และระดับความพึงพอใจ (ความพึงพอใจของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน) เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และปลายเปิด 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และปลายเปิด และ 3) แบบสังเกตการจัดกระบวนกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check-list)
        ผลการวิจัย พบว่า
      1.         ครูมีความคิดเห็นต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.23 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.603
      2.         ครูมีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.579
      3.         ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.27 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.750
      4.         ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูแต่ละกลุ่มศูนย์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
      5.         ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่มศูนย์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
      6.         ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูกับผู้เรียน ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
      จากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่ทดลอง 4 แห่ง ได้แก่ 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง  2) กลุ่มศูนย์อิงดอย กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 3) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ 4) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยใช้แบบสังเกตการจัดกระบวนกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check-list) พบว่า ครูส่วนใหญ่ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ได้ครบขั้นตอนกระบวนการของการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน นอกจากนี้ยังพบว่า ครูและผู้เรียนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนและต้องการให้นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปใช้ในรายวิชาอื่น ๆ อีกด้วย

ข้อเสนอแนะจากการวิจัย

         จากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่ทดลอง 4 แห่ง ได้แก่ 1) กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง 2) กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่       3) กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ 4) กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร มีข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
§ ด้านครูผู้สอน

1.  การนำเข้าสู่บทเรียนที่ใช้สื่อวิดีทัศน์ ควรผ่านสื่อที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เช่น จอLCD ที่มีขนาดใหญ่ หรือโปรเจคเตอร์
2.  ครูควรกระตุ้นให้ผู้เรียนมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
3.  ครูควรจัดเตรียมบัตรเนื้อหา บัตรคำสั่ง ในชุดการสอนแต่ละศูนย์ความรู้ให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน
4.  ครูควรแบ่งกลุ่มผู้เรียนให้คละความสามารถ เช่น เพศ วัย ความรู้พื้นฐาน (อาจดูจากคะแนนทดสอบก่อนเรียน)
5.  ครูควรชี้แจงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนให้เข้าศึกษาในศูนย์
6.  กรณีผู้เรียนมาไม่พร้อมเพื่อน ครูควรดำเนินการให้ผู้เรียนทดสอบก่อนเรียนก่อนจัดให้ผู้เรียนเข้าเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนในศูนย์ความรู้ที่กำลังจะเริ่มเรียน และให้ผู้เรียนที่มาทีหลัง เรียนรู้ในศูนย์ความรู้อื่น ๆ ที่เพื่อเรียนผ่านมาแล้วให้ครบทุกศูนย์ความรู้
§ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนให้กันผู้เรียน กศน. สามารถจัดได้ 2 กรณี ดังนี้
(1)      กรณีที่ผู้เรียนเข้าเรียนพร้อมกัน สามารถจัดการเรียนรู้ได้ตามขั้นตอนกระบวนการของการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน ดังนี้
Ø  ครูชี้แจงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้ให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียน
Ø  ครูทำการทดสอบก่อนเรียน
Ø  ครูนำเข้าสู่บทเรียนประมาณ 5-10 นาที เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
Ø  ครูจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน ก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียน
Ø  ครูคอยให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียนในระหว่างการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้
Ø  เมื่อผู้เรียนทุกกลุ่มประกอบกิจกรรมจนครบทุกศูนย์แล้ว ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรู้ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน
Ø  ครูผู้สอนจะสรุปบทเรียนอีกครั้งเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจชัดเจนขึ้น
Ø  ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลการเรียน
Ø  ครูให้ผู้เรียนแลกกันตรวจกระดาษตอบ เพื่อให้ผู้เรียนทราบผลการประเมินการเรียนรู้ของตนเองย้อนกลับในทันที

(2)      กรณีที่ผู้เรียนเข้าเรียนไม่พร้อมกัน สามารถจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนได้ โดยชี้แจงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้ให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียนและทำการทดสอบก่อนเรียน จากนั้นจัดให้ผู้เรียนเข้าเรียนในศูนย์ความรู้ที่กำลังเปลี่ยนศูนย์และเริ่มเรียนในศูนย์ความรู้ใหม่จนครบทุกศูนย์ หลังจากนั้นจึงให้ผู้เรียนที่มาเข้าเรียนช้า เข้าเรียนในศูนย์ความรู้ที่ยังไม่ได้เข้าเรียน แต่เพื่อนในกลุ่มได้เรียนผ่านมาแล้วจนครบทุกศูนย์ ทำให้ผู้เรียนที่มาเรียนไม่พร้อมเพื่อนได้เรียนครบเนื้อหาเท่ากับเพื่อนคนอื่น ๆ เมื่อผู้เรียนจนครบทุกศูนย์แล้วให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลการเรียน
2. ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าออกมานำเสนองาน ครูควรใช้เทคนิคการสอนในการกระตุ้นให้ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็น เช่น การใช้เทคนิค Roundtable โดยให้ผู้เรียนแต่ละคนจะเสนอความคิดเห็น หรือตอบคำถาม โดยการเขียนบนกระดาษ เมื่อเขียนเสร็จแล้วจะให้ส่งกระดาษให้แก่ผู้ที่อยู่ด้านซ้ายมือของตนเอง เมื่อเขียนเสร็จแล้วจะให้ส่งกระดาษให้แก่ผู้ที่อยู่ด้านซ้ายมือของตนเอง แต่ถ้าให้ผู้เรียนเสนอความคิดเห็น หรือตอบคำถามโดยการพูด จะเรียกกิจกรรมนี้ว่า Round Robin เป็นต้น
3.  การจัดกิจกรรมของศูนย์สำรอง ควรจัดหลากหลายกิจกรรม เพื่อให้ผู้เรียนที่กลับมาใช้ศูนย์สำรองมากกว่าหนึ่งครั้ง ไม่เกิดความเบื่อหน่ายกับกิจกรรมเดิมที่ได้ปฏิบัติไปแล้ว เช่น เกมต่อภาพ กิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์ สื่อวิดีทัศน์ เป็นต้น
4. ครูควรจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในแต่ละศูนย์ความรู้ เพื่อกระตุ้นความสนใจผู้เรียน ให้มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เช่น การใช้สื่อวีดิทัศน์ สื่อICT สื่อบุคคล (ภูมิปัญญา) สมาร์ทโฟน ฯลฯ โดยยกตัวอย่างการจัดศูนย์การเรียนที่จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในแต่ละศูนย์ความรู้ ดังภาพ




        § ด้านบรรยากาศการจัดการเรียนรู้
1.  การจัดศูนย์ความรู้ ควรมีระยะห่างให้เหมาะสม ไม่ควรจัดชิดกันเกินไป เพราะจะเกิดเสียงรบกวนสมาชิกกลุ่มอื่น
2.  ครูควรจัดที่นั่งให้เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียนในแต่ละศูนย์ความรู้
3.  ครูควรจัดป้ายศูนย์ความรู้แต่ละศูนย์ให้ชัดเจน รวมทั้งป้าศูนย์สำรองด้วย
§ ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดการเรียนรู้

1.  ครูควรให้ผู้เรียนรับทราบคะแนนเป็นรายบุคคล เนื่องจากผู้เรียนเป็นผู้ใหญ่อาจเกิดความอาย หรือบอกคะแนนให้ทราบโดยภาพรวม เช่น คะแนนสูงสุด/ต่ำสุด
2.  ครูควรแจ้งคะแนนพัฒนาการด้วย (ผลต่างระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน
ครูควรจัดป้ายศูนย์ความรู้แต่ละศูนย์ให้ชัดเจน รวมทั้งป้ายศูนย์สำรองด้วย

       
 นอกจากนี้ยังมีข้อคิดเห็นจากการสัมมนาครู กศน.ที่เข้าร่วมโครงการการวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของครู กศน.ในเขตภาคเหนือ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน ในประเด็นดังต่อไปนี้
·       ข้อดีที่ท่านได้รับจากการสัมมนาการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน
๑)      ได้เห็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาของแต่ละจังหวัด และวิธีการแก้ไขปัญหา
๒)       ได้ทราบปัญหาในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละพื้นที่
๓)       ได้เรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนในแต่ละพื้นที่

๔)       การเลือกใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน เช่น สื่อ ETV อินเตอร์เน็ต เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้
๕)       การแลกเปลี่ยนความรู้ในแต่ละพื้นที่ว่ามีจุดดี จุดด้อย ในแต่ละพื้นที่ เช่น นักศึกษามีช่วงวัยที่แตกต่างกัน และการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่จัดแก่นักศึกษาที่มีช่วงวัยต่างกัน
๖)       ความแตกต่างในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ในแต่ละพื้นที่
๗)       ได้แลกเปลี่ยนเทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียน การใช้เนื้อหาในแต่ละรายวิชา ของแต่ละกลุ่ม
๘)       เกิดแนวคิดในการพัฒนาสื่อที่ใช้ในชุดการเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์  สมาร์ทโฟน ที่มีอยู่แล้วในศูนย์การเรียน
๙)       สถานที่เรียน อาจไม่ใช้ห้องเรียน อาจเป็นในรูปแบบอื่นๆ ได้ เช่น ระเบียงหน้าห้อง ชุดการสอนสามารถนำกลับบ้านได้ แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ
๑๐)  ลดภาระงานของครู
๑๑)  มีคู่มือครู สามารถสอนแทนกันได้
๑๒)  ได้ประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างการสัมมนา และสามารถนำชุดศูนย์การเรียนนี้ไปทำวิจัยของครูได้
๑๓)  ได้เรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ การทำสื่อ การทดลองใช้ และสามารถนำไปขยายผลต่อไป
๑๔)  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเนื้อหาสาระอื่นในแต่ละพื้นที่
๑๕)  ได้แลกเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันระหว่างวัย
๑๖)  ได้เรียนรู้เทคนิค กระบวนการเรียนการสอน แบบใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากที่เคยได้รับ
๑๗)  ได้เทคนิคในการสร้างบรรยากาศในการเรียนการสอน
๑๘)  ได้เทคนิคในการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
๑๙)  ได้เทคนิคการส่งเสริมกระบวนการกลุ่มและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๒๐)  ได้แลกเปลี่ยนชุดการสอนของแต่ละ กศน.อำเภอ/ตำบล อย่างหลากหลาย
·       ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนแก้ปัญหาอะไรกับตัวครูและผู้เรียนได้บ้าง
§  ครู
๑)        ประหยัดเวลาในการเตรียมการสอนของครู
๒)        แบ่งเบาภาระงานของครูในการสร้างสื่อ
๓)        ใช้ชุดการเรียนมาใช้แก้ปัญหาในการเรียนการสอน
๔)        ใช้แทนการเรียนการสอนในกรณีที่ครูไม่มีความถนัดในเนื้อหาวิชานั้น ๆ โดยให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองได้ตลอดเวลา
๕)        สามารถนำชุดการเรียนกลับมาใช้ได้
๖)        สามารถให้ครูท่านอื่นสอนแทนกันได้
๗)        ครูช่วยกันสร้างสื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ในแต่ละพื้นที่
๘)        ช่วยครูในการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับผู้เรียน
๙)        ครูมีสื่อในการจัดการเรียนการสอน
๑๐)    สร้างความมั่นใจให้ครูในการจัดกระบวนการเรียนการสอน
๑๑)    ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้
๑๒)    สร้างความรับผิดชอบแก่ผู้เรียน
๑๓)    ช่วยสอนเสริมให้แก่ผู้เรียน
๑๔)    ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบ
๑๕)    ช่วยสร้างบรรยากาศในห้องเรียน
๑๖)    ผลจากการใช้ชุดการสอนเป็นแนวทางในการที่จะช่วยครูในการทำวิจัยในชั้นเรียน
๑๗)    ช่วยให้ครูพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น
๑๘)    ช่วยแก้ปัญหาผู้เรียนมาพบกลุ่มไม่พร้อมกัน
๑๙)    ครูมีชิ้นงานในการประเมินครู
๒๐)    ช่วยในการประเมินผลการปฏิบัติงานของครู และการประกันคุณภาพ
§  ผู้เรียน
๑)        ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น เน้นกระบวนการกลุ่ม
๒)        ผู้เรียนได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม
๓)        ผู้เรียนได้รู้ศักยภาพของตนเอง
๔)        ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการกลุ่ม
๕)        ผู้เรียนมีความสามัคคี
๖)        ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระ
๗)        ผู้เรียนได้ใช้สื่อใหม่ ๆ

๘)        เร้าความสนใจของผู้เรียน
๙)        ผู้เรียนมีความอยากเรียนมากขึ้น
๑๐)    ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน
๑๑)    ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
๑๒)    ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ
๑๓)    ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
๑๔)    ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง
๑๕)    ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาวิเคราะห์และสังเคราะห์
๑๖)    ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ การอ่าน การเขียน มากขึ้น
๑๗)    ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
๑๘)    ผู้เรียนมีเจตคติต่อการเรียนแบบศูนย์การเรียน
๑๙)    ฝึกทักษะผู้เรียนในการเรียนแบบศูนย์การเรียน
๒๐)    ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนที่ดีขึ้น
·       ความรู้สึกของครูต่อการสัมมนาในครั้งนี้
๑)       ชอบ เพราะช่วยลดภาระการเตรียมการสอน ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ควรมีชุดการสอนที่สามารถปรับใช้ได้กับบริบทของแต่ละพื้นที่
๒)       ดี จะนำไปเผยแพร่ และดำเนินการต่อ

๓)       ดี  อยากจะขยายผลกับครู กศน.
๔)       ดี สามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอน
๕)       ดี เพราะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ
๖)       ดี ได้รับความรู้และใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติและขยายผลต่อไป
๗)       ดี เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  โดยมีผู้บริหารให้การสนับสนุน ส่งเสริม
๘)       ดี สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง
๙)       ดี ถือว่าเป็นนวัตกรรมในการเรียนการสอนที่ครูสร้างขึ้นเอง
๑๐)  ดี เป็นตัวช่วยครูที่ไม่ได้เรียนจบสายการสอน
๑๑)  ดี ช่วยในการประเมินมาตรฐานครูของ สมศ.
๑๒)  ดี ได้คู่มือชุดการเรียนที่หลากหลายวิชา
๑๓)  ดี เพราะมีการอบรมเชิงปฏิบัติการณ์ที่เป็นรูปธรรมและครูสามารถนำไปใช้ได้
๑๔)  ดี ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการสอนรูปแบบใหม่ ที่มีกิจกรรมที่น่าสนใจและเน้นกระบวนการทำงานกลุ่ม
๑๕)  ดี เพราะทำให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบมากขึ้น
๑๖)  ดี สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และเป็นต้นแบบในการจัดทำชุดการเรียน
๑๗)  ดี ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการจัดทำแผนการสอนและได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปปรับใช้กับพื้นที่ตนเอง
๑๘)  ดี เป็นการพัฒนาตนเองในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครู
๑๙)  ดี ได้คำตอบในการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน
๒๐) ดี ได้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการวิจัย

          สถาบัน กศน.ภาคเหนือ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเว็บบล็อกเผยแพร่ผลงานวิชาการ : แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อครู กศน. และสถานศึกษา กศน.ในเขตภาคเหนือที่จะนำไปปรับใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ต่อไป
 อนึ่ง ในปีงบประมาณ 2559 สถาบัน กศน.ภาคเหนือจะได้นำผลการวิจัยตามโครงการการวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของครู กศน.ในเขตภาคเหนือ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนนี้ ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน สำหรับครู กศน.ในเขตภาคเหนือต่อไป








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น