อาภรณ์ ใจเที่ยง (2540 อ้างถึงใน อรนุช ลิมตศิริ 2546: 180-182) เสนอแนะว่าในศูนย์การเรียนควรมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ
1)
บทบาทของผู้เรียน
(1)
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีเรียนแบบศูนย์การเรียน
(2)
พัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง
โดยปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ
ตามคำสั่งที่ระบุไว้ในศูนย์การเรียนแต่ละศูนย์ให้ครบทุกศูนย์
(3)
เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยปฏิบัติตนเป็นผู้นำหรือผู้ตามที่ดี
(4)
พัฒนาทักษะการประเมินตนเอง
และบันทึกความก้าวหน้าของตนเอง
2)
บทบาทของผู้สอน
(1)
วางแผนและเตรียมชุดการสอน
รวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ
(2)
สังเกต ให้ความช่วยเหลือ
และแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องขณะผู้เรียนทำงานร่วมกัน
(3)
บันทึกพัฒนาการของผู้เรียนแต่ละคน
โดยอาจบันทึกเกี่ยวกับความเข้าใจในเนื้อหาสาระ
ความสามารถในการปฏิบัติตามคำสั่งที่กำหนดไว้ การทำงานเสร็จด้วยตนเอง
การทำงานร่วมกับคนอื่น การเป็นผู้นำที่ดี และความเป็นระเบียบในการทำงาน
(4)
อธิบายเพิ่มเติม ตลอดจนเป็นผู้นำเข้าสู่บทเรียนและสรุปบทเรียนด้วย
(5)
เตรียมกิจกรรม
และสื่อการเรียนการสอนเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
และเพื่อให้บทเรียนมีคุณค่ายิ่งขึ้น
ข้อควรคำนึงสำหรับผู้สอน
ในการสอนแบบศูนย์การเรียนนั้น ครูต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ทัศนคติที่ครูควรเปลี่ยนแปลงและข้อควรคำนึง ได้แก่
(1) ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุด พยายามลดบทบาทจากผู้บอกมาเป็นผู้ถาม และคอยดูแลช่วยเหลือ
(2) เป็นผู้มีใจกว้างและให้คำชมผู้เรียนที่ทำดีหรือประสบความสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อย
(3) ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยการเคลื่อนไหวในขณะประกอบกิจกรรม
(4)สนับสนุนให้ผู้เรียนใช้เครื่องมืออุปกรณ์ เช่น เทปบันทึกเสียงด้วยตนเอง
(5) คอยช่วยเหลือผู้เรียนให้เรียนตามความสามารถของตน
3) ชุดการสอนสำหรับศูนย์การเรียน
“ชุดการสอน” เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการสอนแบบศูนย์การเรียน ที่นำเสนอเนื้อหาสาระในรูปของสื่อประสม ในแต่ละวิชาอาจมีชุดการสอนประมาณ 16-20 ชุดการสอน ทั้งนี้ขึ้นกับจำนวนหน่วยการสอนที่เรากำหนดไว้ โดยให้มีชุดการสอน 1 ชุดต่อหน่วยการสอน 1 หน่วย ชุดการสอนแต่ละชุดจะประกอบด้วย 1) คู่มือครู 2) แบบฝึกปฏิบัติสำหรับผู้เรียน 3) สื่อสำหรับศูนย์กิจกรรมรวมทั้งกิจกรรมสำรอง และ 4) แบบทดสอบสำหรับการประเมินผล (ชัยยศ พรหมวงศ์ 2538 อ้างถึงใน อรนุช ลิมตศิริ 2546: 181)
(1) คู่มือครู คู่มือครูช่วยให้ครูใช้ชุดการสอนในห้องเรียนแบบศูนย์การเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนประกอบของคู่มือครู ได้แก่
(1) ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุด พยายามลดบทบาทจากผู้บอกมาเป็นผู้ถาม และคอยดูแลช่วยเหลือ
(2) เป็นผู้มีใจกว้างและให้คำชมผู้เรียนที่ทำดีหรือประสบความสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อย
(3) ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยการเคลื่อนไหวในขณะประกอบกิจกรรม
(4)สนับสนุนให้ผู้เรียนใช้เครื่องมืออุปกรณ์ เช่น เทปบันทึกเสียงด้วยตนเอง
(5) คอยช่วยเหลือผู้เรียนให้เรียนตามความสามารถของตน
3) ชุดการสอนสำหรับศูนย์การเรียน
“ชุดการสอน” เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการสอนแบบศูนย์การเรียน ที่นำเสนอเนื้อหาสาระในรูปของสื่อประสม ในแต่ละวิชาอาจมีชุดการสอนประมาณ 16-20 ชุดการสอน ทั้งนี้ขึ้นกับจำนวนหน่วยการสอนที่เรากำหนดไว้ โดยให้มีชุดการสอน 1 ชุดต่อหน่วยการสอน 1 หน่วย ชุดการสอนแต่ละชุดจะประกอบด้วย 1) คู่มือครู 2) แบบฝึกปฏิบัติสำหรับผู้เรียน 3) สื่อสำหรับศูนย์กิจกรรมรวมทั้งกิจกรรมสำรอง และ 4) แบบทดสอบสำหรับการประเมินผล (ชัยยศ พรหมวงศ์ 2538 อ้างถึงใน อรนุช ลิมตศิริ 2546: 181)
(1) คู่มือครู คู่มือครูช่วยให้ครูใช้ชุดการสอนในห้องเรียนแบบศูนย์การเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนประกอบของคู่มือครู ได้แก่
4 คำชี้แจงสำหรับครู
4 สิ่งที่ครูต้องเตรียม
4 บทบาทของผู้เรียน
4 การจัดชั้นเรียนพร้อมแผนผัง
4 แผนการสอน
4 เนื้อหาสาระประจำศูนย์ต่าง
ๆ
4 การประเมินผล
(แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน)
(2) แบบฝึกปฏิบัติ
(Workbook)
แบบฝึกปฏิบัติเป็นคู่มือผู้เรียนที่ใช้ประกอบกิจกรรมการเรียน บันทึกคำอธิบายของครู
และทำงานหรือทำแบบฝึกหัดตามที่ครูมอบหมายไว้ในบัตรกิจกรรม
(3) สื่อสำหรับศูนย์กิจกรรม เป็นการเสนอเนื้อหาในรูปของสื่อประสม
เช่น บัตรคำสั่ง บัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม บัตรคำถาม หรือบัตรนำอภิปราย และบัตรเฉลย
รวมทั้งภาพชุด แบบเรียน บัตรคำ บัตรภาพ
เกมต่าง ๆ สไลด์ หนังสือ เป็นต้น
(4) แบบทดสอบสำหรับการประเมินผล
เป็นแบบสอบอิงเกณฑ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมจำนวน 5-10 ข้อ
ซึ่งครูจะใช้เป็นแบบสอบก่อนและหลังการเรียน โดยมีกระดาษคำตอบเตรียมไว้ต่างหาก
ขั้นตอนการสร้างชุดการสอน
(1)
เลือกเรื่องที่จะสอน
แล้วแบ่งเป็นหัวเรื่องย่อย 4-6 เรื่อง
(2)
กำหนดความคิดรวบยอดของแต่ละเรื่อง
(3)
กำหนดจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม
(4)
กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน
(5)
เตรียมสื่อการสอน
(6)
เตรียมข้อสอบที่ใช้ทดสอบก่อนและหลังเรียน
4)
การจัดห้องเรียน
การจัดห้องเรียน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มประมาณ 4-6 กลุ่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่แบ่งเป็นตอน ๆ ในแต่ละกลุ่มจะมีเนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อการเรียนการสอนที่ต่างกันออกไป ผู้เรียนจะผลัดกันเรียนรู้และทำกิจกรรมในแต่ละศูนย์จนครบ จะมีศูนย์สำรองสำหรับกลุ่มที่เรียนเร็วกว่ากลุ่มอื่น
การจัดห้องเรียน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มประมาณ 4-6 กลุ่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่แบ่งเป็นตอน ๆ ในแต่ละกลุ่มจะมีเนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อการเรียนการสอนที่ต่างกันออกไป ผู้เรียนจะผลัดกันเรียนรู้และทำกิจกรรมในแต่ละศูนย์จนครบ จะมีศูนย์สำรองสำหรับกลุ่มที่เรียนเร็วกว่ากลุ่มอื่น
เอกสารอ้างอิง
อรนุช ลิมตศิริ. (2546). นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น