ขั้นตอนการสอนแบบศูนย์การเรียนแบ่งเป็น 5 ขั้น ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด 2537 อ้างถึงใน อรนุช ลิมตศิริ 2546: 183)
Fขั้นประเมินผลก่อนเรียน
ในขั้นแรกจะทำการทดสอบเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะเรียน
โดยอาจทดสอบประมาณ 5-10 นาที ต่อจากนั้นจึงตรวจให้คะแนนเก็บไว้
Fขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ผู้สอนจะนำเข้าสู่บทเรียนประมาณ
5-10 นาที เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน โดยอาจใช้การเล่นเกม เล่านิทาน
ใช้โสตทัศนูปกรณ์ เช่น วีดิทัศน์ ภาพยนตร์ หรือรูปภาพ เป็นต้น
ต่อจากนั้นก็อธิบายวิธีเรียน
Fขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน
แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มตามจำนานของศูนย์กิจกรรม
แต่ละกลุ่มอาจคละกันระหว่างเด็กเก่งและอ่อน หรือให้ผู้เรียนเลือกกลุ่มเอง
แต่ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ได้แก่
@ความสามารถทางการเรียนของผู้เรียนแต่ละคน
@ความสามารถทางการพูดและการอ่าน
@วุฒิภาวะทางอารมณ์และสังคม
@เพศ
@วัย
ต่อจากนั้นให้ผู้เรียนเข้าประจำศูนย์กิจกรรม
อ่านบัตรคำสั่งและปฏิบัติกิจกรรมตามลำดับขั้น หมุนเวียนกันจนครบทุกศูนย์
การเปลี่ยนกลุ่มทำได้ 3 วิธี คือ
1.
เปลี่ยนกลุ่มพร้อมกันทุกกลุ่ม
จากศูนย์ที่ 1 ไปศูนย์ที่ 2, 3, 4 ตามลำดับ
การเปลี่ยนกลุ่มในลักษณะนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้เรียนทุกคนทำกิจกรรมเสร็จพร้อมกัน
2.
เปลี่ยนเฉพาะกลุ่มที่เสร็จพร้อมกัน
เช่น กลุ่ม 2 และกลุ่ม 4 เสร็จ อาจเปลี่ยนกลุ่มได้ทันที
3.
กลุ่มใดเสร็จก่อนไปทำกิจกรรมที่ศูนย์สำรอง
Fขั้นสรุปบทเรียน
เมื่อผู้เรียนทุกกลุ่มประกอบกิจกรรมจนครบทุกศูนย์แล้ว
ผู้สอนจะสรุปบทเรียนอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระจ่างขึ้น
Fขั้นประเมินผลการเรียน
หลังจากสรุปบทเรียนแล้ว
ผู้สอนจะให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลการเรียน
ซึ่งเป็นแบบทดสอบชุดเดียวกับที่ให้ทำก่อนเรียน
นำคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้ทราบความก้าวหน้าในการเรียน
ส่วนกิจกรรมที่ผู้เรียนปฏิบัติในแต่ละศูนย์นั้น
ผู้สอนต้องนำมาพิจารณาประกอบการประเมินผลด้วย
การประเมินผลการใช้ศูนย์การเรียน
เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนในลักษณะของศูนย์การเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สอนควรจะตรวจสอบความสนใจของผู้เรียน รวมทั้งจัดทำแบบสำรวจ เพื่อประเมินตนเองเกี่ยวกับการจัดศูนย์การเรียนในแนวทางต่อไปนี้
(ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน 2545: 153-154)
·
ผู้สอนจัดเตรียมการให้ประสบการณ์ความรู้แก่ผู้เรียนในเรื่องทั่ว
ๆ ไป หรือไม่ ก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียน
·
ศูนย์การเรียน มีสื่อการเรียน รูปแบบ
ตำแหน่งในการจัดวาง และสีสันที่จะดึงดูดความสนใจของผู้เรียนหรือไม่
·
ภาระงานที่มอบให้ผู้เรียนปฏิบัติในแต่ละศูนย์ความรู้ค่อนข้างยาก
หรือง่ายเกินไปสำหรับพื้นฐานความรู้ของผู้เรียน
·
ผู้เรียนจะทราบผลการเรียนย้อนกลับในทันทีหรือไม่
·
ผู้สอนจัดเตรียมแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
รวมทั้งเอกสารสำหรับให้ผู้เรียนได้สืบค้นอย่างเพียงพอหรือไม่
·
ป้ายประกาศต่าง ๆ
ในศูนย์การเรียนมีความถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาหรือไม่
สื่อความหมายได้เข้าใจมากน้อยเพียงใด
·
กิจกรรมและเนื้อหาวิชาในแต่ละศูนย์ความรู้
ไม่เกี่ยวเนื่องกันใช่หรือไม่
·
ในศูนย์การเรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนอย่างอิสระตามเอกัตภาพ
และให้ผู้เรียนได้เรียนในลักษณะของกลุ่มการเรียนหรือไม่
·
คำแนะนำในการใช้ศูนย์การเรียนชัดเจน
เข้าใจง่าย หรือไม่
·
ผู้เรียนจะสามาระมาใช้ศูนย์การเรียนอย่างอิสระด้วยตนเองได้หรือไม่
·
วัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในศูนย์การเรียนมีความคงทนหรือไม่
และมีการดูแลรักษาอย่างไร
·
ผู้สอนจะทราบได้อย่างไรว่า
เมื่อผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์ความรู้หนึ่ง ๆ
แล้วจะได้รับความรู้ตามเนื้อหาวิชาครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนด
·
ผู้สอนจะเก็บรวบรวมคำตอบของผู้เรียนในกิจกรรมต่าง
ๆ ได้อย่างไร
·
ผู้สอนได้จัดทำระบบการเก็บบันทึกข้อมูลคำตอบของผู้เรียนอย่างไร
การประเมินผลการใช้ศูนย์การเรียน จะทำให้ผู้สอนสามารถดำเนินการปรับปรุงศูนย์การเรียนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในลักษณะของกลุ่ม หรือรายบุคคล รวมทั้งได้รับความรู้เนื้อหาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด
การประเมินผลการใช้ศูนย์การเรียน จะทำให้ผู้สอนสามารถดำเนินการปรับปรุงศูนย์การเรียนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในลักษณะของกลุ่ม หรือรายบุคคล รวมทั้งได้รับความรู้เนื้อหาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด
เอกสารอ้างอิง
ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน. (2545). เทคนิคการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
อรนุช ลิมตศิริ. (2546). นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น