การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของ ครู กศน.ในเขตภาคเหนือ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 2) ศึกษาความคิดเห็นของครูต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ 3) ศึกษาความพึงพอใจของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน 5) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูแต่ละกลุ่มศูนย์ 6) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่มศูนย์ และ 7) เปรียบเทียบความพึงพอใจของต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูกับผู้เรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และนักศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ ผู้รายงานได้ดำเนินการเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยการเลือกแบบเจาะจง จากข้าราชการครู ครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และนักศึกษา กศน. ในเขตภาคเหนือ 4 กลุ่มศูนย์ ๆ ละ 1 อำเภอ ๆ ละ 5 คน จำแนกออกเป็น 1) ข้าราชการครูหรือครูอาสาสมัครฯที่รับผิดชอบงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 คน และ 2) ครู กศน.ตำบล จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย ได้แก่ กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง จำนวน 5 คน 2) กลุ่มศูนย์อิงดอย ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ จำนวน 5 คน 3) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร จำนวน 5 คน และ 4) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก ได้แก่ กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 5 คน และนักศึกษา กศน.ที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ของ กศน.อำเภอที่ส่งครูเข้ารับการอบรมฯ จำนวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน โดยแยกเป็นระดับปฏิบัติ (ความคิดเห็นของครูต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ) และระดับความพึงพอใจ (ความพึงพอใจของครูต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน) เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และปลายเปิด 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และปลายเปิด และ 3) แบบสังเกตการจัดกระบวนกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check-list)
ผลการวิจัย พบว่า
1. ครูมีความคิดเห็นต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.23 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.603
2. ครูมีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.579
3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.27 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.750
4. ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูแต่ละกลุ่มศูนย์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5. ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างผู้เรียนแต่ละกลุ่มศูนย์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
6. ความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนระหว่างครูกับผู้เรียน ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่ทดลอง 4 แห่ง ได้แก่ 1) กลุ่มศูนย์หล่ายดอย กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง 2) กลุ่มศูนย์อิงดอย กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 3) กลุ่มศูนย์ห้าขุนศึก กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ 4) กลุ่มศูนย์อู่ข้าวอู่น้ำ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยใช้แบบสังเกตการจัดกระบวนกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน เป็นแบบตรวจสอบรายการ (check-list) พบว่า ครูส่วนใหญ่ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ได้ครบขั้นตอนกระบวนการของการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน นอกจากนี้ยังพบว่า ครูและผู้เรียนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนและต้องการให้นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปใช้ในรายวิชาอื่น ๆ อีกด้วย
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย
จากการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในพื้นที่ทดลอง 4 แห่ง ได้แก่ 1) กศน.อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง 2) กศน.อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 3) กศน.อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ 4) กศน.อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร มีข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
§ ด้านครูผู้สอน
1. การนำเข้าสู่บทเรียนที่ใช้สื่อวิดีทัศน์
ควรผ่านสื่อที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เช่น จอLCD ที่มีขนาดใหญ่
หรือโปรเจคเตอร์
2. ครูควรกระตุ้นให้ผู้เรียนมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
3. ครูควรจัดเตรียมบัตรเนื้อหา
บัตรคำสั่ง ในชุดการสอนแต่ละศูนย์ความรู้ให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน
4. ครูควรแบ่งกลุ่มผู้เรียนให้คละความสามารถ
เช่น เพศ วัย ความรู้พื้นฐาน (อาจดูจากคะแนนทดสอบก่อนเรียน)
5. ครูควรชี้แจงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนให้เข้าศึกษาในศูนย์
6. กรณีผู้เรียนมาไม่พร้อมเพื่อน
ครูควรดำเนินการให้ผู้เรียนทดสอบก่อนเรียนก่อนจัดให้ผู้เรียนเข้าเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนในศูนย์ความรู้ที่กำลังจะเริ่มเรียน
และให้ผู้เรียนที่มาทีหลัง เรียนรู้ในศูนย์ความรู้อื่น ๆ
ที่เพื่อเรียนผ่านมาแล้วให้ครบทุกศูนย์ความรู้
§ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนให้กันผู้เรียน กศน. สามารถจัดได้ 2
กรณี ดังนี้
(1)
กรณีที่ผู้เรียนเข้าเรียนพร้อมกัน สามารถจัดการเรียนรู้ได้ตามขั้นตอนกระบวนการของการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน ดังนี้
Ø ครูชี้แจงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้ให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียน
Ø ครูทำการทดสอบก่อนเรียน
Ø ครูนำเข้าสู่บทเรียนประมาณ
5-10 นาที เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
Ø ครูจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน
ก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียน
Ø ครูคอยให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียนในระหว่างการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้
Ø เมื่อผู้เรียนทุกกลุ่มประกอบกิจกรรมจนครบทุกศูนย์แล้ว
ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรู้ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน
Ø ครูผู้สอนจะสรุปบทเรียนอีกครั้งเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจชัดเจนขึ้น
Ø ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลการเรียน
Ø ครูให้ผู้เรียนแลกกันตรวจกระดาษตอบ
เพื่อให้ผู้เรียนทราบผลการประเมินการเรียนรู้ของตนเองย้อนกลับในทันที
(2)
กรณีที่ผู้เรียนเข้าเรียนไม่พร้อมกัน สามารถจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนได้
โดยชี้แจงกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละศูนย์ความรู้ให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนให้ผู้เรียนเข้าศึกษาในศูนย์การเรียนและทำการทดสอบก่อนเรียน
จากนั้นจัดให้ผู้เรียนเข้าเรียนในศูนย์ความรู้ที่กำลังเปลี่ยนศูนย์และเริ่มเรียนในศูนย์ความรู้ใหม่จนครบทุกศูนย์
หลังจากนั้นจึงให้ผู้เรียนที่มาเข้าเรียนช้า
เข้าเรียนในศูนย์ความรู้ที่ยังไม่ได้เข้าเรียน แต่เพื่อนในกลุ่มได้เรียนผ่านมาแล้วจนครบทุกศูนย์
ทำให้ผู้เรียนที่มาเรียนไม่พร้อมเพื่อนได้เรียนครบเนื้อหาเท่ากับเพื่อนคนอื่น ๆ เมื่อผู้เรียนจนครบทุกศูนย์แล้วให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลการเรียน
2. ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าออกมานำเสนองาน
ครูควรใช้เทคนิคการสอนในการกระตุ้นให้ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็น เช่น
การใช้เทคนิค Roundtable โดยให้ผู้เรียนแต่ละคนจะเสนอความคิดเห็น หรือตอบคำถาม
โดยการเขียนบนกระดาษ เมื่อเขียนเสร็จแล้วจะให้ส่งกระดาษให้แก่ผู้ที่อยู่ด้านซ้ายมือของตนเอง เมื่อเขียนเสร็จแล้วจะให้ส่งกระดาษให้แก่ผู้ที่อยู่ด้านซ้ายมือของตนเอง แต่ถ้าให้ผู้เรียนเสนอความคิดเห็น หรือตอบคำถามโดยการพูด
จะเรียกกิจกรรมนี้ว่า Round Robin เป็นต้น
3. การจัดกิจกรรมของศูนย์สำรอง ควรจัดหลากหลายกิจกรรม
เพื่อให้ผู้เรียนที่กลับมาใช้ศูนย์สำรองมากกว่าหนึ่งครั้ง
ไม่เกิดความเบื่อหน่ายกับกิจกรรมเดิมที่ได้ปฏิบัติไปแล้ว เช่น เกมต่อภาพ
กิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์ สื่อวิดีทัศน์ เป็นต้น
4. ครูควรจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในแต่ละศูนย์ความรู้ เพื่อกระตุ้นความสนใจผู้เรียน ให้มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เช่น การใช้สื่อวีดิทัศน์ สื่อICT สื่อบุคคล (ภูมิปัญญา) สมาร์ทโฟน ฯลฯ โดยยกตัวอย่างการจัดศูนย์การเรียนที่จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในแต่ละศูนย์ความรู้ ดังภาพ
4. ครูควรจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในแต่ละศูนย์ความรู้ เพื่อกระตุ้นความสนใจผู้เรียน ให้มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เช่น การใช้สื่อวีดิทัศน์ สื่อICT สื่อบุคคล (ภูมิปัญญา) สมาร์ทโฟน ฯลฯ โดยยกตัวอย่างการจัดศูนย์การเรียนที่จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในแต่ละศูนย์ความรู้ ดังภาพ
1. การจัดศูนย์ความรู้
ควรมีระยะห่างให้เหมาะสม ไม่ควรจัดชิดกันเกินไป
เพราะจะเกิดเสียงรบกวนสมาชิกกลุ่มอื่น
2. ครูควรจัดที่นั่งให้เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียนในแต่ละศูนย์ความรู้
3. ครูควรจัดป้ายศูนย์ความรู้แต่ละศูนย์ให้ชัดเจน
รวมทั้งป้าศูนย์สำรองด้วย
§ ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดการเรียนรู้
1. ครูควรให้ผู้เรียนรับทราบคะแนนเป็นรายบุคคล
เนื่องจากผู้เรียนเป็นผู้ใหญ่อาจเกิดความอาย หรือบอกคะแนนให้ทราบโดยภาพรวม เช่น
คะแนนสูงสุด/ต่ำสุด
2. ครูควรแจ้งคะแนนพัฒนาการด้วย
(ผลต่างระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน
ครูควรจัดป้ายศูนย์ความรู้แต่ละศูนย์ให้ชัดเจน
รวมทั้งป้ายศูนย์สำรองด้วยนอกจากนี้ยังมีข้อคิดเห็นจากการสัมมนาครู กศน.ที่เข้าร่วมโครงการการวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของครู กศน.ในเขตภาคเหนือ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน ในประเด็นดังต่อไปนี้
· ข้อดีที่ท่านได้รับจากการสัมมนาการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน
๑) ได้เห็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาของแต่ละจังหวัด
และวิธีการแก้ไขปัญหา
๒) ได้ทราบปัญหาในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละพื้นที่
๓) ได้เรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนในแต่ละพื้นที่
๔) การเลือกใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน
เช่น สื่อ ETV อินเตอร์เน็ต เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้
๕) การแลกเปลี่ยนความรู้ในแต่ละพื้นที่ว่ามีจุดดี
จุดด้อย ในแต่ละพื้นที่ เช่น นักศึกษามีช่วงวัยที่แตกต่างกัน และการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่จัดแก่นักศึกษาที่มีช่วงวัยต่างกัน
๖) ความแตกต่างในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ในแต่ละพื้นที่
๗) ได้แลกเปลี่ยนเทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียน
การใช้เนื้อหาในแต่ละรายวิชา ของแต่ละกลุ่ม
๘) เกิดแนวคิดในการพัฒนาสื่อที่ใช้ในชุดการเรียนการสอน
เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน
ที่มีอยู่แล้วในศูนย์การเรียน
๙) สถานที่เรียน
อาจไม่ใช้ห้องเรียน อาจเป็นในรูปแบบอื่นๆ ได้ เช่น ระเบียงหน้าห้อง
ชุดการสอนสามารถนำกลับบ้านได้ แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ
๑๐) ลดภาระงานของครู
๑๑) มีคู่มือครู
สามารถสอนแทนกันได้
๑๒) ได้ประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างการสัมมนา
และสามารถนำชุดศูนย์การเรียนนี้ไปทำวิจัยของครูได้
๑๓) ได้เรียนรู้กระบวนการเรียนรู้
การทำสื่อ การทดลองใช้ และสามารถนำไปขยายผลต่อไป
๑๔) ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเนื้อหาสาระอื่นในแต่ละพื้นที่
๑๕) ได้แลกเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันระหว่างวัย
๑๖) ได้เรียนรู้เทคนิค
กระบวนการเรียนการสอน แบบใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากที่เคยได้รับ
๑๗) ได้เทคนิคในการสร้างบรรยากาศในการเรียนการสอน
๑๘) ได้เทคนิคในการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความใฝ่รู้
ใฝ่เรียน
๑๙) ได้เทคนิคการส่งเสริมกระบวนการกลุ่มและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๒๐) ได้แลกเปลี่ยนชุดการสอนของแต่ละ
กศน.อำเภอ/ตำบล อย่างหลากหลาย
· ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนแก้ปัญหาอะไรกับตัวครูและผู้เรียนได้บ้าง
§ ครู
๑)
ประหยัดเวลาในการเตรียมการสอนของครู
๒)
แบ่งเบาภาระงานของครูในการสร้างสื่อ
๓)
ใช้ชุดการเรียนมาใช้แก้ปัญหาในการเรียนการสอน
๔)
ใช้แทนการเรียนการสอนในกรณีที่ครูไม่มีความถนัดในเนื้อหาวิชานั้น
ๆ
โดยให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองได้ตลอดเวลา
๕)
สามารถนำชุดการเรียนกลับมาใช้ได้
๖)
สามารถให้ครูท่านอื่นสอนแทนกันได้
๗)
ครูช่วยกันสร้างสื่อ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ในแต่ละพื้นที่
๘)
ช่วยครูในการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับผู้เรียน
๙)
ครูมีสื่อในการจัดการเรียนการสอน
๑๐) สร้างความมั่นใจให้ครูในการจัดกระบวนการเรียนการสอน
๑๑) ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้
๑๒) สร้างความรับผิดชอบแก่ผู้เรียน
๑๓) ช่วยสอนเสริมให้แก่ผู้เรียน
๑๔) ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบ
๑๕) ช่วยสร้างบรรยากาศในห้องเรียน
๑๖) ผลจากการใช้ชุดการสอนเป็นแนวทางในการที่จะช่วยครูในการทำวิจัยในชั้นเรียน
๑๗) ช่วยให้ครูพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น
๑๘) ช่วยแก้ปัญหาผู้เรียนมาพบกลุ่มไม่พร้อมกัน
๑๙) ครูมีชิ้นงานในการประเมินครู
๒๐) ช่วยในการประเมินผลการปฏิบัติงานของครู
และการประกันคุณภาพ
§ ผู้เรียน
๑)
ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น
เน้นกระบวนการกลุ่ม
๒)
ผู้เรียนได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม
๓)
ผู้เรียนได้รู้ศักยภาพของตนเอง
๔)
ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการกลุ่ม
๕)
ผู้เรียนมีความสามัคคี
๖)
ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระ
๗)
ผู้เรียนได้ใช้สื่อใหม่ ๆ
๘)
เร้าความสนใจของผู้เรียน
๙)
ผู้เรียนมีความอยากเรียนมากขึ้น
๑๐)
ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน
๑๑)
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
๑๒)
ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ
๑๓)
ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
๑๔)
ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง
๑๕)
ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาวิเคราะห์และสังเคราะห์
๑๖)
ผู้เรียนได้ฝึกทักษะ การอ่าน การเขียน
มากขึ้น
๑๗)
ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
๑๘)
ผู้เรียนมีเจตคติต่อการเรียนแบบศูนย์การเรียน
๑๙)
ฝึกทักษะผู้เรียนในการเรียนแบบศูนย์การเรียน
๒๐)
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนที่ดีขึ้น
· ความรู้สึกของครูต่อการสัมมนาในครั้งนี้
๑) ชอบ
เพราะช่วยลดภาระการเตรียมการสอน ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ควรมีชุดการสอนที่สามารถปรับใช้ได้กับบริบทของแต่ละพื้นที่
๒) ดี
จะนำไปเผยแพร่ และดำเนินการต่อ
๓) ดี อยากจะขยายผลกับครู กศน.
๔) ดี
สามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอน
๕) ดี
เพราะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ
๖) ดี
ได้รับความรู้และใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติและขยายผลต่อไป
๗) ดี
เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
โดยมีผู้บริหารให้การสนับสนุน ส่งเสริม
๘) ดี
สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง
๙) ดี
ถือว่าเป็นนวัตกรรมในการเรียนการสอนที่ครูสร้างขึ้นเอง
๑๐) ดี
เป็นตัวช่วยครูที่ไม่ได้เรียนจบสายการสอน
๑๑) ดี
ช่วยในการประเมินมาตรฐานครูของ สมศ.
๑๒) ดี
ได้คู่มือชุดการเรียนที่หลากหลายวิชา
๑๓) ดี
เพราะมีการอบรมเชิงปฏิบัติการณ์ที่เป็นรูปธรรมและครูสามารถนำไปใช้ได้
๑๔) ดี
ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการสอนรูปแบบใหม่ ที่มีกิจกรรมที่น่าสนใจและเน้นกระบวนการทำงานกลุ่ม
๑๕) ดี
เพราะทำให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบมากขึ้น
๑๖) ดี
สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และเป็นต้นแบบในการจัดทำชุดการเรียน
๑๗) ดี
ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการจัดทำแผนการสอนและได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละพื้นที่
เพื่อนำไปปรับใช้กับพื้นที่ตนเอง
๑๘) ดี
เป็นการพัฒนาตนเองในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครู
๑๙) ดี
ได้คำตอบในการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน
๒๐) ดี
ได้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการวิจัย
อนึ่ง ในปีงบประมาณ 2559 สถาบัน กศน.ภาคเหนือจะได้นำผลการวิจัยตามโครงการการวิจัยเพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของครู กศน.ในเขตภาคเหนือ
โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนนี้ ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยการพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียน สำหรับครู กศน.ในเขตภาคเหนือต่อไป












